แนวทางคุ้มกันแหวนแต่งงาน ที่คู่รักควรรู้

  1. เพียรทำความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ

ควรจะดูแลรักษาแหวนแต่งงานโดยการพยายามนำมาทำความสะอาดอยู่เท่ากัน เพื่อกำจัดไขมันสะสมที่เกิดจากเหงื่อไคล ฝุ่นผง หรือเครื่องสำอางที่อาจติดอยู่ตามซอกเล็ก ๆ บนแหวนแต่งงาน ซึ่งการทำความสะอาดก็มีมากมายวิธีการด้วยกัน เช่น นำไปแช่น้ำอุ่นด้วยกันขัดด้วยแปรงสีฟันกับน้ำยาล้างจาน หรือนำไปแช่ในแอมโมเนียผสมน้ำสะอาด ในอัตรา 1 ต่อ 1 ส่วน ประมาณ 30 นาที ก่อนนำขึ้นมาวางทิ้งไว้เฉย ๆ แล้วปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ ฯลฯ

  1. หลีกหนีสารเคมี

ถึงแม้แหวนแต่งงานจะทำจากสิ่งของที่แกร่ง แต่เช่นนี้จะดีกว่าหากสามารถบิดพลิ้วไม่ให้แหวนแต่งงานสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ เป็นพิเศษแหวนแต่งงานที่ประดับด้วยอัญมณีมีสี เช่น มรกต เพราะสารเคมีบางอย่างยกเว้นจะมีฤทธิ์กัดกร่อนผิวสัมผัสด้านนอกแล้ว อาจจะทำให้สีกับองค์ประกอบภายในของอัญมณีกับเรือนแหวนเป็นอื่นด้วย

  1. ไม่ถอดแหวนแต่งงานในที่ส่วนกลาง

แม้บางกิจกรรมดูเหมือนจำเป็นต้องต้องถอดแหวนแต่งงานออก เช่น การวางมือในห้องน้ำสาธารณะ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรจะถอดแหวนแต่งงานออกมาอยู่ดี เพราะมีวิธีเลือกสูงมากที่คุณจะเข้าหม้อหยิบแหวนขึ้นมาใส่หลังล้างมือ เพราะเช่นนั้นไม่ว่าจะทำกิจกรรมใด ๆ ก็ตามที่ไม่ได้อยู่ในบ้านของคุณเอง หากหลีกเลี่ยงการถอดแหวนแต่งงานได้ก็ควรจะทำ หรือไม่ก็ใส่เอาไว้ในกระเป๋าให้สวยงามก่อนทำกิจกรรมก็ได้

ที่สำคัญไปกว่าการคุ้มกันแหวนแต่งงาน ก็คือไม่ควรเทียบแหวนแต่งงานของตัวเองกับคนอื่น เพราะเจ้าสาวทุกคนต่างก็มีแบบความชื่นชอบเป็นของตัวเอง อีกทั้งแหวนแต่งงานก็เป็นคล้ายเครื่องหมายเสน่หาของแต่ละคู่ ซึ่งก็มาจากความเห็นโดยส่วนตัวของแต่ละคน เพราะฉะนี้จะดีกับตัวเองมากกว่าหากใส่ใจกับแหวนแต่งงานที่มีอยู่

 

เรื่องเล่าจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องแหวนแต่งงาน

_pop

การทำธุรกิจแหวนแต่งงานไม่ว่าจะเป็นแหวนเพชร หรือแหวนทอง ก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ คือ ความซื่อสัตย์ และความจริงใจ   ซึ่งปัจจุบันดูจะหายไปจากโลกของการทำธุรกิจแหวนแต่งงานทุกวันนี้ ต้องซื่อสัตย์สุจริต ความถูกต้อง ซื่อตรงต่อลูกค้าสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ต่อให้ต้องขาดทุน เสียเงิน ก็ต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้ ดั่งคำพูดที่ว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน”  แต่ในทุกวันนี้ เงินตรากลับดูเหมือนมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง ผู้คนไม่สนใจ เรื่องความซื่อสัตย์ ศีลธรรม หรือจริยธรรมอะไรกันอีกแล้ว โดยเฉพาะบรรดานักธุรกิจที่เห็นแก่ผลกำไรเป็นที่ตั้ง การโกหก หลอกลวง บอกความจริงเพียงครึ่ง กลายเป็นเรื่องธรรมดา

ในฐานะที่ผมทำธุรกิจแหวนแต่งงานเพชรอยู่ ย่อมต้องติดตามข่าวสารต่างๆในวงการอยู่เรื่อย  เพชรที่ได้รับการเกรดอย่างเว่อร์ๆ อันที่จริงแล้ว ผมทราบเรื่องเพชรใบเซอร์ EGL นี้มาพักใหญ่ๆแล้ว ยังเคยคิดอยู่ว่าจะลองนำมาขายดีมั้ย แต่ดูท่าทางปัญหาเยอะ เพราะมาตรฐานไม่อยู่กับร่องกับรอย ถึงราคาจะได้ส่วนลดมากกว่า เพชร GIA อยู่มากก็ตาม หมายความว่าเพชรเกรดสี G ของ EGL อาจหมายถึงเกรด I-J ของ GIA ผมได้รับทราบข้อมูลจาก Dealer เพชรรายใหญ่มาเช่นนั้นว่า เพชร EGL สีจะต่ำกว่า เพชร GIA 2-3 ขั้น ผมฟังๆดูแล้ว คิดว่าถ้าเลือกดูเป็นเม็ดๆไป อาจมีบางเม็ดคุ้มก็ได้ แต่เนื่องจากมาตรฐานที่ไม่คงเส้นคงวา จึงตัดสินใจว่า ไม่เอาดีกว่า ปวดหัวเปล่าๆ โชคดีที่ผมตัดสินใจไปแบบนั้น

ปัญหาของการเกรดเพชรที่สูงกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะในกรณีของสถาบัน EGL โดยเทอมที่ใช้ในการเกรดเพชร ทั้งในส่วนของสี และความสะอาดนั้น ใช้เทอมเดียวกันกับของสถาบัน GIA จากการฟ้องร้องกันทางกฎหมายล่าสุด ตามตารางด้านซ้าย จะเห็นได้ว่า เพชรสี G (97) ของ EGL นั้น จริงๆแล้ว อาจหมายถึงเพชรเกรดแค่ M (91) หรือแม้แต่ N(90)!!!! หรือต่างกันถึง 6-7 ขั้น จะเห็นว่ามูลค่าก็ต่างกันมาก คือถ้ายึดเกรด EGL เป็นหลัก เพชรคู่นี้ ควรมูลค่าสูงถึง $135000 แต่ถ้ายึดเกรด GIA เป็นหลัก เพชรคู่นี้ มีมูลค่าแค่ $22500 !!! อันที่จริงแล้ว หากสี หรือความสะอาดของเพชรที่เกรดมีค่าแตกต่างกันแค่ 1 ระดับ ในวงการยังถือว่าอยู่ใน เกณฑ์ที่รับได้ แต่นี่ต่างกันถึง 6-7 ระดับ  ตัวผมเองก็เพิ่งจะทราบว่า EGL แต่ละที่นัั้น มาตรฐานก็ไม่ได้เหมือนกันเลย อย่าง EGL USA เกรดโดยใช้มาตรฐาน GIA และดูเหมือนจะค่อนข้างคงเส้นคงวา